กำเนิดสายพันธุ์ลุยสายโหดที่เกิดขึ้นจากการปฏิเสธและกรอบแนวคิดดั้งเดิม
ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกนั้น น้อยครั้งมากที่เราจะเห็นมหาเศรษฐีระดับโลกหันมาลงมือสร้างรถยนต์ด้วยตัวเอง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ตัดสินใจยุติการผลิตรถรุ่นคลาสสิก
จนกลายเป็นที่มาของยานยนต์ออฟโรดดีไซน์ดุดันนามว่า Ineos ดูเพิ่มเติม Grenadier ที่เน้นความแข็งแกร่งและการใช้งานในสภาวะทุรกันดารเป็นหลัก ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดเฉพาะกลุ่มได้อย่างตรงจุด
สมรภูมิหินแดงโมอับกับการทดสอบขีดจำกัดสูงสุดของสมรรถนะภาคสนาม
การนำตัวรถเข้าสู่พื้นที่ทดสอบที่โหดที่สุดในโลกจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ณ เมืองโมอับ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการทดสอบจริงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการยึดเกาะและการควบคุมพวงมาลัย
ข้อมูลจำเพาะที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงและระบบขับเคลื่อนที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวรถสามารถเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติได้อย่างราบรื่น
- ระบบต้นกำลังมาตรฐานสากล: การเลือกใช้เครื่องยนต์ขนาดสามจุดศูนย์ลิตรหกสูบแถวเรียงพร้อมระบบเทอร์โบชาร์จจากค่ายบีเอ็มดับเบิลยู
- โครงสร้างฐานรากเพื่อการผจญภัย: ระบบเพลาขับแบบแข็งทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับการกระแทกจากก้อนหินขนาดใหญ่
- ปรัชญาการออกแบบซ่อมบำรุงง่าย: ชิ้นส่วนกันชนภายนอกที่แยกส่วนการเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้ทันทีเมื่อเกิดความเสียหายเฉพาะจุด
ความรู้สึกในห้องโดยสารและความแตกต่างระหว่างรุ่นใช้งานทั่วไปกับรุ่นบรรทุกหนัก
จากการทดสอบไต่ระดับความชันบนพื้นผิวสัมผัสที่มีความเอียงเกือบสามสิบองศา สะท้อนให้เห็นถึงความแน่นหนาของการประกอบภายในโรงงานที่ได้มาตรฐานสูง
ทั้งนี้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการเผยโฉมออกมาสองรูปแบบหลักเพื่อการใช้งานที่แตกต่าง ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมในการเดินทางของตนเองเป็นหลักในการเลือกซื้อ
ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อผู้ใช้งานที่แท้จริง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารจะพบกับการออกแบบแผงควบคุมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ นอกจากนี้พื้นผิวภายในยังได้รับการติดตั้งจุกระบายน้ำเพื่อความสะดวกในการฉีดล้างทำความสะอาด
รวมถึงปุ่มสัญญาณเตือนเสียงเบาเพื่อความปลอดภัยสำหรับเพื่อนร่วมทางและสิ่งมีชีวิตบนเส้นทางธรรมชาติ